3.พระฉันนะ ธรรมบท ภาคที่ 4 หน้า 7 - 10

 

3.พระฉันนะ

ธรรมบท ภาคที่ 4 หน้า 7 - 10 บันทึกเสียงโดย อ.สุเทพ นากุดนอก

๓. ฉนฺนตฺเถรวตฺถุ. (๖๒)                                      
   ๓. อ.เรื่องแห่งพระเถระชื่อว่าฉันนะ (อันข้าพเจ้า จะกล่าว) ฯ   
“น   ภเช  ปาปเก  มิตฺเตติ  อิมํ  ธมฺมเทสนํ  สตฺถา  เชตวเน   วิหรนฺโต ฉนฺนตฺเถรํ อารพฺภ กเถสิ.                                             
  อ. พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ในพระเชตวัน ทรงปรารภ ซึ่งพระเถระชื่อว่าฉันนะ ตรัสแล้ว ซึ่งพระธรรมเทศนา นี้ ว่า น ภเช ปาปเก มิตฺเต ดังนี้เป็นต้น ฯ     

โส   กิรายสฺมา   “อมฺหากํ   อยฺยปุตฺเตน   สทฺธึ  มหาภินิกฺขมนํ    นิกฺขมนฺโต   ตทา   อญฺญํ   เอกมฺปิ   น  ปสฺสามิ,  
ได้ยินว่า (อ.พระฉันนะ)ผู้มีอายุนั้น ย่อมด่า ซึ่งพระอัครสาวก ท. ๒ ว่า อ. เรา ออกไปอยู่ ออกไปเพื่อคุณอันยิ่งใหญ่ กับ ด้วยพระลูกเจ้า ของเรา ท. ย่อมไม่เห็น (ซึ่งบุคคล) อื่น แม้คนหนึ่ง ในกาลนั้น,

อิทานิ  ปน  `อหํ   สารีปุตฺโต   นาม,  อหํ   โมคฺคลฺลาโน  นาม,  มยํ  อคฺคสาวกมฺหาติ   วตฺวา  อิเม  วิจรนฺตีติ  เทฺว  อคฺคสาวเก  อกฺโกสติ.  
แต่ว่า ในกาลนี้ (อ. ภิกษุ ท.) เหล่านี้ ย่อมเที่ยวกล่าว ว่า อ. เรา เป็นผู้ชื่อว่าสารีบุตร (ย่อมเป็น), อ. เรา เป็นผู้ชื่อว่าโมคคัลลานะ (ย่อมเป็น), อ. เรา ท. เป็นพระอัครสาวก ย่อมเป็น ดังนี้ ดังนี้ ฯ

สตฺถา  ภิกฺขูนํ    สนฺติกา   ตํ   ปวตฺตึ   สุตฺวา   ฉนฺนตฺเถรํ   ปกฺโกสาเปตฺวา  โอวทิ.           
 อ. พระศาสดา ทรงสดับแล้ว ซึ่งความเป็นไปทั่ว นั้น จากสำนัก ของภิกษุ ท. ทรงยังบุคคลให้ร้องเรียกแล้ว ซึ่งพระเถระชื่อว่าฉันนะ ตรัสสอนแล้ว ฯ

โส   ตํขณญฺเญว   ตุณฺหี   หุตฺวา  ปุน  คนฺตฺวา  เถเร  อกฺโกสติเยว.            
 อ. พระเถระนั้น เป็นผู้นิ่ง เป็น ในขณะนั้นนั่นเทียว ไปแล้ว ย่อมด่า ซึ่งพระเถระ ท. อีกนั่นเทียว ฯ

เอวํ    ยาวตติยํ   อกฺโกสนฺตํ   ปกฺโกสาเปตฺวา   สตฺถา     โอวทิตฺวา      “ฉนฺน   เทฺว   อคฺคสาวกา   นาม  ตุยฺหํ    กลฺยาณมิตฺตา   อุตฺตมปุริสา,       เอวรูเป   กลฺยาณมิตฺเต   เสวสฺสุ  ภชสฺสูติ  วตฺวา  อนุสนฺธึ  ฆเฏตฺวา    ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมํ คาถมาห                 *ก.๓*อ.พระศาสดา ทรงยังบุคคล ให้ร้องเรียกแล้ว (ซึ่งพระเถระ) ผู้ด่าอยู่ สิ้นการกำหนดเพียงใดแห่งวาระที่ ๓
อย่างนี้ ตรัสสอนแล้ว ตรัสแล้ว ว่า ดูก่อนฉันนะ ชื่อ อ. พระอัครสาวก ท. ๒ เป็นกัลยาณมิตร เป็นบุรุษผู้สูงสุด ของเธอ (ย่อมเป็น), อ. เธอ จงเสพ จงคบ ซึ่งกัลยาณมิตร ท. ผู้มีอย่างนี้เป็นรูป ดังนี้ เมื่อ ทรงสืบต่อ ซึ่งอนุสนธิ แสดง ซึ่งธรรม ตรัสแล้ว ซึ่งพระคาถา นี้ ว่า
    
       น ภเช ปาปเก มิตฺเต,   น ภเช ปุริสาธเม,                                
     ภเชถ มิตฺเต กลฺยาเณ,   ภเชถ ปุริสุตฺตเมติ.                            
     (อ. บุคคล) ไม่พึงคบ ซึ่งมิตร ท. ผู้ชั่วช้า, (อ. บุคคล) ไม่พึงคบ ซึ่งบุรุษผู้ต่ำช้า ท.,
(อ. บุคคล) พึงคบ ซึ่งมิตร ท. ผู้ดีงาม, (อ. บุคคล) พึงคบ ซึ่งบุรุษผู้สูงสุด ท. ดังนี้ ฯ

ตสฺสตฺโถ:    กายทุจฺจริตาทิอกุสลกมฺมาภิรตา   ปาปมิตฺตา   นาม,             
 อ.เนื้อความ แห่งคำอันเป็นพระคาถานั้น ว่า (อ. ชน ท.) ผู้ยินดียิ่งแล้วในอกุศลกรรมมีกายทุจริต เป็นต้น ชื่อว่าเป็นมิตรผู้ชั่วช้า (ย่อมเป็น),


สนฺธิจฺเฉทนาทิเก  วา เอกวีสติอเนสนาปเภเท  วา อฏฺฐาเน นิโยชกา                
 (อ. ชน ท.) ผู้ประกอบ ในฐานะอันไม่สมควร มีการตัดซึ่งที-่ต่อเป็นต้นหรือ หรือว่าอันต่างด้วยการแสวงหาอันไม่สมควร ๒๑ อย่าง ชื่อว่าเป็นบุรุษผู้ต่ำช้า (ย่อมเป็น)

ปุริสาธมา  นาม:  อุโภปิ  เอเต  ปาปมิตฺตา  เจว  ปุริสาธมา จ;    เต  นภเชยฺย น ปยิรุปาเสยฺย 
(อ. ชน ท.) เหล่านั่น แม้ทั้งสอง เป็นมิตรผู้ชั่วช้าด้วยนั่นเทียว เป็นบุรุษผู้ต่ำช้าด้วย (ย่อมเป็น) ; (อ. บุคคล) ไม่พึงคบ คือว่า ไม่พึงเข้าไปนั่งใกล้ ซึ่งชน ท. เหล่านั้น

วิปริตา ปน กลฺยาณมิตฺตา เจว สปฺปุริสา จ, ส่วนว่า (อ. ชน ท.) ผู้ผิดตรงกันข้าม เป็นกัลยาณมิตรด้วยนั่นเทียว เป็นสัตบุรุษด้วย (ย่อมเป็น), เต ภเชถ ปยิรุปาเสถาติ. ส่วนว่า (อ. ชน ท.) ผู้ผิดตรงกันข้าม เป็นกัลยาณมิตรด้วยนั่นเทียว เป็นสัตบุรุษด้วย (ย่อมเป็น), วิปริตา ปน กลฺยาณมิตฺตา เจว สปฺปุริสา จ,
ทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสุ. ในกาลเป็นที่สุดลงแห่งเทศนา (อ.ชน ท.) มาก บรรลุแล้ว (ซึ่งอริยผล ท.) มีโสดาปัตติผล เป็นต้น ฯ ฉนฺนตฺเถโร ปน โอวาทํ สุตฺวาปิ ปุริมนเยเนว ปุน ภิกฺขู อกฺโกสติ ปริภาสติ. ปุนปิ สตฺถุ ภิกฺขู อาโรจยึสุ. ส่วนว่า อ. พระเถระชื่อว่าฉันนะ แม้ฟังแล้ว ซึ่งพระโอวาท ย่อมด่า ย่อมบริภาษ ซึ่งภิกษุ ท. อีก ตามนัยอันมีในก่อนนั่นเทียว ฯ อ. ภิกษุ ท. กราบทูลแล้ว แก่พระศาสดา แม้อีก
สตฺถา “ภิกฺขเว มยิ ธรนฺเต ฉนฺนํ สิกฺขาเปตุํ น สกฺขิสฺสถ, อ. พระศาสดา ตรัสแล้ว ว่า ดูก่อนภิกษุ ท. ครั้นเมื่อเรา ทรงอยู่ อ. เธอ ท. จักไม่อาจ เพื่ออันยังฉันนะให้ศึกษาได้, มยิ ปน ปรินิพฺพุเต สกฺขิสฺสถาติ วตฺวา, ปรินิพฺพานกาเล อายสฺมตา อานนฺเทน “ภนฺเต กถํ ฉนฺนตฺเถเร อมฺเหหิ ปฏิปชฺชิตพฺพนฺติ วุตฺเต “อานนฺท ฉนฺนสฺส ภิกฺขุโน พฺรหฺมทณฺโฑ ทาตพฺโพติ อาณาเปสิ. แต่ว่า ครั้นเมื่อเรา ปรินิพพานแล้ว อ. เธอ ท. จักอาจ ดังนี้, (ครั้นเมื่อคำ) ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อันข้าพระองค์ ท. พึงปฏิบัติ ในพระเถระชื่อว่าฉันนะ อย่างไร ดังนี้ อันพระอานนท์ผู้มีอายุ กราบทูลแล้ว ในกาลเป็นที่เสด็จปรินิพพาน (ทรงยังพระอานนท์) ให้รู้ทั่วแล้ว ว่า ดูก่อนอานนท์ อ.พรหมทัณฑ์ (อันเธอท.) พึงให้ แก่ภิกษุ ชื่อว่าฉันนะ ดังนี้ ฯ โส สตฺถริ ปรินิพฺพุเต อานนฺทตฺเถเรน อาโรปิตํ พฺรหฺมทณฺฑํ สุตฺวา ทุกฺขี ทุมฺมโน ติกฺขตฺตุํ มุจฺฉิโต ปปติตฺวา “มา มํ ภนฺเต นาสยิตฺถาติ ยาจิตฺวา สมฺมา วตฺตํ ปูเรนฺโต น จิรสฺเสว สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณีติ. อ. พระเถระชื่อว่าฉันนะนั้น ครั้นเมื่อพระศาสดา ปรินิพพานแล้ว ฟังแล้วซึ่งพรหมทัณฑ์ อันพระเถระชื่อว่าอานนท์ ยกขึ้นแล้ว เป็นผู้มีทุกข์ เป็นผู้มีใจอันโทษประทุษร้ายแล้ว (เป็น) ล้ม สลบแล้ว ๓ ครั้ง อ้อนวอนแล้ว ว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ อ. ท่าน ท. อย่า ยังกระผมให้ฉิบหายแล้ว ดังนี้ ยังวัตร ให้เต็มอยู่ โดยชอบ บรรลุแล้ว ซึ่งพระอรหัต กับ ด้วยปฏิสัมภิทา ท. ต่อกาลไม่นานนั่นเทียว ดังนี้แล ฯ *จบ ก. ๓* ฉนฺนตฺเถรวตฺถุ.
อ. เรื่องแห่งพระเถระชื่อว่าฉันนะ 
(จบแล้ว) ฯ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เรียนบาลี ออนไลน์ ธรรมบท ภาคที่ 1 แปลโดยยกศัพท์ โดย อาจารย์สุเทพ นากุดนอก

4.พระมหากัปปินะ ตอนที่ 2 ธรรมบท ภาคที่ 4 หน้า 14 - 17